เริ่มต้นธุรกิจ ควรจดทะเบียนในรูปแบบใด?
เมื่อท่านตัดสินใจเริ่มต้นประกอบธุรกิจและทราบแล้วว่าจะดำเนินกิจการประเภทใด สิ่งสำคัญประการต่อไปคือ การเลือกรูปแบบการประกอบธุรกิจให้เหมาะสม เนื่องจากแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกันทั้งในด้านการบริหาร ความรับผิด เงินทุน การจัดทำบัญชี และภาระภาษี การทำความเข้าใจข้อดี ข้อจำกัด และภาระหน้าที่ของธุรกิจแต่ละประเภท จะช่วยให้ท่านสามารถเลือกรูปแบบกิจการที่เหมาะสมกับขนาด ลักษณะธุรกิจ และแผนการเติบโตในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. บุคคลธรรมดา หรือกิจการเจ้าของคนเดียว
เป็นรูปแบบธุรกิจที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว เจ้าของมีอำนาจในการบริหารและตัดสินใจเกี่ยวกับกิจการได้อย่างเต็มที่ จึงมีข้อดีในเรื่องความคล่องตัว สามารถตัดสินใจและดำเนินการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม เจ้าของกิจการเป็นผู้รับผลจากการดำเนินงานทั้งหมดเพียงผู้เดียว ทั้งในกรณีที่กิจการมีกำไรหรือขาดทุน รวมถึงต้องรับผิดชอบต่อภาระหนี้สินและความเสี่ยงที่เกิดจากการประกอบธุรกิจด้วยตนเอง
รูปแบบนี้เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจที่มีเจ้าของบริหารงานเอง หรือกิจการที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องระดมทุนจากผู้ร่วมลงทุนจำนวนมาก
ในด้านภาษี เจ้าของกิจการมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามอัตราก้าวหน้าตั้งแต่ 5% ถึง 35% ของเงินได้สุทธิ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภาษีอากร โดยการหักค่าใช้จ่ายอาจเป็นการหักตามอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือหักตามค่าใช้จ่ายจริง แล้วแต่ประเภทของเงินได้และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
ห้างหุ้นส่วนสามัญเกิดจากบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อแบ่งปันผลกำไรจากการประกอบธุรกิจ โดยหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน
ห้างหุ้นส่วนสามัญสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
2.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน
2.2 ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
รูปแบบนี้เหมาะกับกิจการที่ผู้ร่วมลงทุนมีความไว้วางใจกันสูง เนื่องจากหุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบหนี้สินของกิจการ
5. บริการสำหรับบริษัทและบุคคลต่างชาติ
สำนักงานให้บริการด้านการจดทะเบียนนิติบุคคล การขอวีซ่า และใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน ประกอบธุรกิจหรือปฏิบัติงานในประเทศไทย รวมถึงผู้บริหาร ผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญและครอบครัวของบุคคลต่างชาติ โดยให้บริการตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสาร การยื่นคำขอ การประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายหลังได้รับอนุญาต
บริการด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (Visa & Work Permit Services) ได้แก่
1. บริการยื่นขอวีซ่าประเภทธุรกิจและการทำงาน ซึ่งอนุญาตให้พำนักได้ครั้งละไม่เกิน 90 วัน (Non-Immigrant Visa “B”)
2. บริการยื่นขออยู่ต่อในราชอาณาจักรประเภทธุรกิจและการทำงาน ครั้งละ 1 ปี (Extension of Stay – Business/Employment)
3. บริการยื่นขอวีซ่าหรือขออยู่ต่อในราชอาณาจักรสำหรับผู้ติดตามหรือสมาชิกในครอบครัว (Non-Immigrant Visa “O”)
4. บริการแจ้งที่พักอาศัยกรณีอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน (90-Day Report)
5. บริการแจ้งเปลี่ยนเล่มหนังสือเดินทางและโอนตราประทับไปยังหนังสือเดินทางเล่มใหม่ (Visa Transfer to New Passport)
6. บริการยื่นขอและต่ออายุใบอนุญาตทำงานสำหรับคนต่างด้าว (Work Permit Application & Renewal)
7. บริการแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือยกเลิกใบอนุญาตทำงาน (Work Permit Amendment & Cancellation)
8. บริการแจ้งเปลี่ยนนายจ้าง สถานที่ทำงาน ลักษณะงาน หรือที่อยู่ของคนต่างด้าว (Notification of Change of Employer, Workplace, Job or Address)
9. บริการแจ้งการออกจากงานของคนต่างด้าวในนามนายจ้าง (Notification of Resignation/ Termination of Employment)